หลายๆท่านคงเคยได้ยินคำว่า SEO หรือคำว่า Search Engine Optimization กันมาบ้างวันนี้ 8Contentพาทุกท่านมาเจาะลึกกันว่า SEO คืออะไร ทำแล้วดีอย่างไร มีเทคนิคทำอย่างไรบ้าง

 

ถ้าหากเปรียบเทียบเว็บไซต์เป็นร้านค้า Search Engineก็เหมือนกับทำเลค้าขาย การทำSEOก็เหมือนการย้ายร้านไปตั้งในทำเลค้าขายที่ดีที่สุดของโลกในยุคนี้ ซึ่งถ้าดูจากสถิติคนใช้งานGoogle รายวันนั้นมากถึงเกือบๆ 5,000ล้านครั้งเลยทีเดียว

หลักเกณฑ์การจัดอันดับของGoogle มีอะไรบ้าง (อ้างอิงจาก Google Webmaster Academy)

1.ชื่อเว็บไซต์(โดเมน) 

หรือที่อยู่บนเว็บของเว็บไซต์ การเลือกชื่อโดเมนที่ดีนั้นควรจะมีคุณสมบัติดังนี้

  • สื่อความหมาย : ชื่อโดเมนเป็นสิ่งแรกๆที่ผู้คนจะสังเกตุเห็นเกี่ยวกับเว็บไซต์ เพราะฉะนั้น ชื่อโดเมนควรจะตรงกับเนื้อหาของเว็บไซต์ หรือให้คุณคิดถึงชื่อบริษัทและเนื้อหาที่คุณจะใส่ลงในไซต์เพื่อเป็นไอเดียในการเลือกชื่อโดเมน
  • จำง่าย : ใช้ชื่อโดเมนที่สั้นและเรียบง่าย หากชื่อโดเมนยาวและซับซ้อนนั่นอาจทำให้ผู้คจำชื่อเว็บไซต์คุณได้ยาก
  • มีความยืดหยุ่น : ชื่อโดเมนจะต้องอยู่กับไซต์ของคุณไปเป็นเวลานาน จึงต้องเลือกชื่อโดเมนที่จะยังคงสื่อความหมายหากมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของไซต์ไปเมื่อเวลาผ่านไป หากในที่สุดแบรนดอนเลือกที่จะเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับของสะสมอื่นๆ ลงในเว็บไซต์ของเขา brandonscollectibles.com จะเป็นชื่อโดเมนที่ดีกว่า brandonsbaseballcards.com แน่นอน

 

2.สร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ 

การใส่เนื้อหา หรือเขียนบทความภายในเว็บไซต์ที่ดี ควรมีคุณสมบัติดังนี้
  • มีประโยชน์และให้ข้อมูล : หากกำลังเปิดตัวเว็บไซต์สำหรับร้านอาหาร คุณต้องระบุสถานที่ตั้ง เวลาทำการ ข้อมูลติตด่อ เมนู และบล็อก เพื่อแชร์กิจกรรมที่กำลังจะมาถึง
  • มีค่าและมีประโยชน์กว่าเว็บไซต์อื่นๆ : หากคุณเขียนข้อมูลวิธีฝึกสุนัข โปรดตรวจสอบว่าบทความของคุณมีค่ามากกว่า หรือมีมุมมองที่ต่างจากบทความจำนวนมากเกี่ยวกับการฝึกสุนัขที่มีอยู่แล้วบนอินเทอร์เน็ต
  • น่าเชื่อถือ : แสดงความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ด้วยการใช้การวิจัยที่ดำเนินการเอง การอ้างอิง ลิงก์ บทวิจารณ์ และคำยืนยันจากลูกค้า ประวัติของผู้เขียนหรือคำยืนยันจากลูกค้าที่เคยใช้บริการจริงช่วยเพิ่มความน่าไว้วางใจและชื่อเสียงของเว็บไซต์ได้
  • คุณภาพสูง : เนื้อหาของเว็บไซต์ต้องไม่เหมือนใคร เฉพาะเจาะจง และมีคุณภาพสูง ไม่ควรสร้างเนื้อหาแบบเน้นปริมาณ หรือจ้างบุคคลภายนอกทำเนื้อหาให้เหมือนกับไซต์อื่นๆ เป็นจำนวนมาก โปรดทราบว่าคุณต้องสร้างเนื้อหาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้เข้าชมเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อให้เนื้อหาติดอันดับต้นๆ ในเครื่องมือค้นหา
  • น่าสนใจ : เพิ่มสีสันให้เว็บไซต์ของคุณมีชีวิตชีวาด้วยการเพิ่มรูปภาพผลิตภัณฑ์ ทีมงาน หรือตัวคุณเอง โปรดตรวจสอบว่าเนื้อหาไม่มีข้อผิดพลาดด้านตัวสะกด รูปแบบการเขียน หรือข้อเท็จจริงซึ่งอาจกวนใจผู้เข้าชม โฆษณาจำนวนมากเกินไปอาจกวนใจผู้เข้าชมได้เช่นกัน ดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมโดยการโต้ตอบกับผู้เข้าชมผ่านการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ ผ่านกล่องแสดงความคิดเห็น หรือวิดเจ็ตสื่อสังคมออนไลน์
สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับเรื้อหาในเว็บไซต์ นอกจากGoogle ไม่จับแล้ว ยังส่งผลเสียต่อผู้เข้าชมไซต์ด้วย
  • ข้อผิดพลาดต่างๆ เช่น ลิงก์เสียหรือข้อมูลที่ผิด
  • ข้อผิดพลาดด้านไวยากรณ์หรือตัวสะกด
  • โฆษณาจำนวนมากเกินไป
  • สแปม เช่น สแปมความคิดเห็นหรือสแปมฟอรัม

3.จัดระเบียบโครงสร้างของไซต์ 

ในฐานะผู้ดูแลเว็บ คุณต้องช่วยให้ผู้ใช้สามารถไปยังส่วนต่างๆ ของไซต์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เพื่อค้นหาเนื้อหาที่พวกเขาต้องการ คุณยังต้องทำให้เครื่องมือค้นหาสามารถรวบรวมข้อมูลไซต์ของคุณ และทำความเข้าใจเนื้อหาที่คุณเห็นว่าสำคัญได้อย่างง่ายดาย
  • สร้างโครงสร้างที่ชัดเจนและสมเหตุสมผลโดยใช้แถบการนำทาง ทุกไซต์ล้วนมีหน้าหลักหรือหน้า “แรก” โดยทั่วไปหน้าแรกจะเป็นหน้าที่มีการเข้าชมมากที่สุดในไซต์ และเป็นตำแหน่งเริ่มต้นของการนำทางไปยังส่วนต่างๆ สำหรับผู้เข้าชม ช่วยผู้เข้าชมค้นพบหน้าอื่นๆ ในไซต์จากหน้าแรกด้วยการสร้างแถบการนำทาง แถบการนำทางที่ดีจะแสดงส่วนที่สำคัญของไซต์ แสดงปลายทางที่จะนำผู้เข้าชมไปอย่างชัดเจน และเป็นไปตามโครงสร้างที่สมเหตุสมผล หมวดหมู่การนำทางที่ใช้งานง่ายและเป็นระเบียบได้แก่ “หน้าแรก” “ข่าวสาร” และ “ติดต่อเรา” คุณสามารถกำหนดแถบการนำทางไว้ที่ด้านบนสุดหรือด้านข้างของแต่ละหน้าเพื่อการเข้าถึงที่ง่ายดาย
  • ใช้ URL ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในหน้านั้น เมื่อผู้ใช้ค้นหาคำหลักหรือวลี URL (หรือที่เรียกว่าที่อยู่เว็บ) สามารถช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าหน้าดังกล่าวมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องไหม

4.อย่าลืมส่งแผนที่เว็บไซต์(Sitemap)ให้กับ Search Engine 

จริงอยู่ที่ว่าGoogle หรือ Searchengineอื่นๆ นั้นมีบอทที่คอยรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆทั่วโลก แต่กว่าบอทจะเข้ามาเก็บข้อมูลและนำไปจัดเรียงบนSearchEngine ก็กินเวลาพอสมควร เราจึงควรส่งSitemap เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ SearchEngineได้นำข้อมูลเราขึ้นแสดงผลซึ่งรวดเร็วกว่ารอให้Botเข้ามาเก็บข้อมูลแน่นอน
* วิธีสร้างแผนที่เว็บไซต์ และ วิธีส่งให้ Google

5.อธิบายเนื้อหาบนไซต์ในส่วนของ Meta Tag

เป็นอีก1ช่องทางที่ช่วยให้บอทเข้าใจเนื้อหาภายในหน้าเว็บไซต์ของเราได้ง่ายขึ้น โดยหลักๆแล้ว MetaTag นั้นจะแบ่งออกเป็นส่วนหลักดังนี้
  • Meta Description คือคำอธิบายสั้นๆว่าหน้านั้นๆของเราสื่อความหมายอย่างไรบ้าง
เช่น <meta name=”description” content=”เทคนิคสร้างเนื้อหาในเว็บไซต์ให้ตรงกับหลักเกณฑ์การจัดอันดับของGoogle” />
  • Meta Keywords หรือคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในหน้านั้น สามารถใส่ได้หลายคำโดยแบ่งระหว่างคำด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,)
เช่น<meta name=”keywords” content=”วิธีเขียนบทความ, การเขียนบทความให้ติดหน้าแรกGoogle, วิธีทำSEO, หลักเกณฑ์จัดอันดับของGoogle, SEO, เทคนิคทำSEO” />

6.เขียนคำอธิบายประกอบรูปภาพด้วยแอตทริบิวต์ “alt” 

โดยปกติแล้วบอทของSearchEngine จะไม่เข้าใจควมหมายของรูปภาพว่ารูปนั้นสื่อความหมายอะไรบ้าง บางเว็บที่ไม่ค่อยมีเนื้อหาtext หรือไม่ใส่ “alt” ให้กับรูปภาพจึงได้รับการจัดอันดับที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
ซึ่งเนื้อหาด้านบนนั้นเป็นพื้นฐานของการทำSEOสายขาว(white hat) ปลอดภัยต่อเว็บไซต์ของคุณแน่นอน และในครั้งหน้าเราจะเอาสิ่งที่ไม่ควรทำถ้าหากอยากให้เว็บไซต์ขึ้นติดอันดับดีๆมากฝากกันครับ
  • แท็ก
  • SEO
แบ่งปัน
บทความถัดไปเทคนิคเลือกคีย์เวิร์ดเพื่อทำSEO
ความหมายของ อินฟินิตี้ คอนเทนท์ คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า ซึ่งทางบริษัทเน้นให้ความสำคัญในส่วนของคุณภาพงานและบริการหลังการขาย เช่นการแก้ไขปัญหาหน้าางาน รวมถึงราคาที่คุ้มค่ากับการลงทุน เราพร้อมให้คำแนะนำและปรึกษาแผนงาน เพื่อให้คุณลูกค้าประสบผลสำเร็จและเกิดประโยชน์อันสูงสุดจากงานบริการของเรา